Penthouse เพนท์เฮ้าส์

เพิ่มเพื่อน

Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1

คนยุคนี้สำหรับมนุษย์เงินเดือนระดับกลางๆ ขึ้นไป การที่จะมีบ้านสักหลังนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากเย็นนอกจากเป็นราคาที่แพงมากแล้ว ยังเป็นทำเลที่ไกลมาก ส่วนใหญ่จะไปปักหมุดอยู่ชานเมืองของกรุงเทพฯ

ไม่อย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนแผนมาซื้อบ้านมือสองที่มีทำเลเข้าใกล้ในเมืองเข้ามาได้อีกนิด แต่ราคาก็ไม่ถูกแถมอาจจะต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงมากโขอยู่

ดังนั้น ต้องมาหาคำตอบสุดท้ายที่คอนโดมิเนียมที่จะอยู่ใกล้ใจกลางเมือง แม้ราคาจะไม่ถูกก็ชดเชยด้วยความสะดวกสบายในการเดินทาง อาจจะไม่ต้องซื้อรถแต่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า รถใต้ดินแทน

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าในราคา 1-3 ล้านบาท สำหรับคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าส่วนปลายกับส่วนขยาย เพราะหากจะเป็นแนวรถไฟฟ้ากลางเมืองนั้นราคาคือ 10 ล้านบาทขึ้นไปอยู่แล้ว ณ จุดนี้

ส่วนขนาดของพื้นที่จากที่เคย 50 ตารางเมตร ก็มาเหลือ 35 ตารางเมตร แต่ พ.ศ.นี้ ในราคา 2-3 ล้านบาท คุณะจะได้พื้นที่เพียง 26-27 ตารางเมตร เท่านั้น จึงทำให้คุณสาวๆ มักมีปัญหาในการ ไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการใส่ตู้รองเท้าที่มีไม่น้อยกว่า 30 คู่ กระเป๋าถือไม่น้อยกว่า 10 ใบ ตู้เสื้อผ้าที่เล็กเกินไป เลยทำให้คอนโดมีความคับแคบอัดแน่นไปด้วย ของใช้ส่วนตัวต่างๆ มากมาย ทุกๆ ปี จึงต้องเคลียร์ของใช้เพื่อให้ห้องมีพื้นที่โล่งขึ้นหายใจสะดวกขึ้น หรือเพื่อจะได้ช็อปปิ้งของใช้ต่างๆ เข้ามาในปีถัดไป

นี่ขนาดสาวโสดที่อยู่คนเดียวในคอนโดขนาด 27-28 ตารางเมตรนะ นับประสาอะไรกับครอบครัวขนาดเล็กๆ ที่อยู่กันสองสามีภรรยาแล้วมีลูกเล็กสักคน จะทำอย่างไรกับพื้นที่อันจำกัดขนาดนี้

จะมีบ้างไหมคอนโดที่ตอบโจทย์คุณสาวๆ ในเรื่องนี้ที่อาจจะขยับขยายพื้นที่เพิ่มเป็นสัก 30 ตารางเมตร แล้วมีพื้นที่ตู้เสื้อผ้าให้ใหญ่ขึ้นสักนิด ตู้รองเท้าที่เพิ่มขนาดขึ้นมาอีกหน่อย ก็ของมันจำเป็นของมันต้องมีต้องใช้เรายอมจ่ายเพิ่ม ณ จุดนี้

เมื่อต้นปลายเดือนที่ผ่านมา มีคอนโดยี่ห้อดังแห่งหนึ่ง เปิดคอนโดแห่งใหม่เกือบจะใกล้แหล่งใจกลางเมืองและรถไฟฟ้า โดยชูจุดขายเป็นคอนโดสำหรับคุณผู้หญิง ผู้เขียนลองโทรเข้าไปสอบถามข้อมูลดูก็พบว่า นอกจากโทนสีการตกแต่งภายในที่ใช้สีหวานขึ้น สำหรับในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นฟิตเนสนั้นก็เพิ่มห้องโยคะสำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพ

แต่ในเรื่องพื้นที่ใช้สอยของขนาด 27 ตารางเมตรนั้น ไม่ได้เพิ่มพื้นที่การใช้สอยอื่นใดเลยสรุปแล้วก็คือ ตอบโจทย์ไม่ตรงจุดสักเท่าไรเลย เกือบดีแต่ยังไม่ดีที่สุด ยังไม่ตรงใจสาวๆ ส่วนใหญ่จริงๆ

ตอนนี้มีรายแรกทำแล้ว ก็ขอให้มียี่ห้ออื่นๆ ตามมา หากคอนโดยี่ห้ออื่นๆ หาจุดขายเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายให้ตรงประเด็น โปรดนำความต้องการนี้ไปพิจารณาและจัดทำ เพราะนี้คือเสียงเรียกร้อง ของผู้หญิงที่เคยอยู่คอนโดในระยะสั้นๆ มาช่วงหนึ่ง จนพอที่จะรู้ว่าการอยู่คอนโดนั้นมีอะไรที่ชอบ และที่ไม่ใช่

หากแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้ รับรองว่านี่จะเป็นจุดขายที่แข็งแรงและโดดเด่น อีกจุดหนึ่งที่จะช่วยให้คุณสาวๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นอีกนิด ก็บอกแล้วของมันจำเป็นต้องใช้ จำเป็นต้องมี จ่ายเพิ่มบ้างอีกสักหน่อยเรายินดี

เพราะคอนโดที่อยู่อาศัยมันเป็นเรื่องถาวรยืนยาว ซื้อเพื่ออยู่กันไปเป็นสิบๆ ปี อาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตเพื่อความสบายในการใช้งาน ถ้าจ่ายได้สาวๆ อย่างเรานั้นยอมจ่าย คงมีสักที่ที่โดนใจช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณสาวๆอย่างครบครัน คงเป็นคอนโดในฝันของสาวๆ หลายคน

ที่มา... posttoday
2

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ยังเป็นที่ต้องการทั้งของผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือลงทุนระยะยาว นอกเหนือจากย่านศูนย์การธุรกิจแล้วทำเลที่กำลังได้รับความนิยม คือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการพัฒนากันมาก รวมทั้ง เดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ เปิดเผยว่า โครงการมิกซ์ยูสในรูปแบบโรงแรมและคอนโดมิเนียมซึ่งมีบริการมาตรฐานระดับห้าดาวขึ้นไป บนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการเติบโตสูงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมูลค่า ของสินทรัพย์มีการปรับราคาสูงขึ้นทุกปี ทำให้เป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

สำหรับบริษัทได้มีการพัฒนาโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ จำนวน 294 ยูนิต ขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 90% ในจำนวนนั้นมีห้องเพนต์เฮาส์ 6 ห้อง ราคาขายที่ 60-80 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ตลาดใหม่ที่มุ่งเน้นการบริการลูกค้าอย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้นมีความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเพนต์เฮาส์มีการตกแต่งพร้อมอยู่ สำหรับรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ซึ่งเป็นกลุ่มนีชมาร์เก็ตและเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้เร็วขึ้น

อีกทั้งได้ขยายตลาดจับกลุ่มนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนบาท/ตร.ม. หากเทียบกับโครงการย่านนี้มากกว่าไปถึง 3.5 แสนบาท/ตร.ม และล่าสุดเตรียมจัดงานเพนต์เฮาส์เอ็กซ์คลูซีฟ ในวันที่ 12 พ.ค. 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายภายในงาน 20% และมั่นใจว่าห้องเพนต์เฮาส์ที่เหลือจะปิดการขายได้ทั้งหมดภายในปีนี้

นอกจากนี้ มีแผนพัฒนาโรงแรม 6 ดาว บนพื้นที่ 6 ไร่ ติดกับโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ เป็นอาคารสูง 15 ชั้น จำนวน 250 ห้อง คาดว่าพัฒนาในปี 2562

เดชา กล่าวว่า การเลือกพัฒนาโรงแรมระดับ 6 ดาวนั้น มองว่าซัพพลายโรงแรมริมแม่น้ำในตลาดมีไม่มาก มีอยู่ราว 4,000 ห้อง ยังไม่ถึง 5% ของโรงแรมในกรุงเทพฯ การพัฒนาระดับนี้เนื่องจากที่ดินราคาแพง ดังนั้นต้องพัฒนาให้เหมาะสมคุ้มค่าและเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักผ่อนมีไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน

อย่างไรก็ดี แนวโน้มตลาดโรงแรมมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องและการที่ภาครัฐผลักดันการท่องเที่ยวเมืองรองทำให้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนพัฒนามิกซ์ยูสที่หาดตลิ่งงาม เกาะสมุย บนพื้นที่ราว 25 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาทั้งคอนโดและโรงแรม มูลค่าโครงการ 2,000-2,500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะชัดเจนใน 2 ปีนี้

“โครงการต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ก่อสร้างกันอยู่ในหลายๆ แห่ง กำลังจะแล้วเสร็จในอีก 1-2 ปี เราจะเห็นภาพที่ชัดเจน ซึ่งโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้จะสนับสนุนศักยภาพของทำเลริม แม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ” เดชา กล่าว ด้าน สุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ ในปีนี้ยังมีโอกาสการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และหากพิจารณาในเซ็กเมนต์ของ สินค้าประเภทคอนโดโดยเฉพาะคอนโดลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวน 1.72 หมื่นยูนิต หรือคิดเป็น 3% ของตลาดคอนโดทั้งหมดในกรุงทพฯ พบ ว่าเป็นคอนโดริมแม่น้ำจำนวน 2,600 ยูนิต หรือคิดเป็น 15% ของคอนโดในกลุ่มลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ปัจจุบันมียูนิตเหลือขายแค่ 5% โดยโครงการที่แล้วเสร็จมียอดขายกว่า 95% ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมียอดขายราว 80%

ขณะที่กลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตของราคาพื้นที่ต่อตารางเมตรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลเมื่อปี 2555 ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 80% ปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.46 แสนบาท/ตร.ม. จากเดิมอยู่ระดับแสนต้นๆต่อตารางเมตร เนื่องจากที่ดินแพงและหายาก อีกทั้งข้อจำกัดด้านผังเมืองที่กำหนดระยะร่นริมแม่น้ำ 45 เมตร ห้ามสร้างอาคารสูงเกิน 16 เมตร และต้องใช้ที่ดินขั้นต่ำ 5 ไร่ สำหรับการสร้างอาคารสูง ขณะที่ไม่มีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดในปีนี้ปัจจุบันจะพบว่าราคาเฉลี่ยคอนโดลักซ์ชัวรี่ริมเจ้าพระยาเมื่อเทียบคอนโดลักซ์ชัวรี่ในย่านซีบีดีจะสูงกว่า 15% ขณะที่ถ้าเป็นราคาเฉลี่ยคอนโดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ริมเจ้าพระยาเมื่อเทียบคอนโดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ในย่านซีบีดีจะสูงกว่า 5-6%

สำหรับทำเลที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการพัฒนาในพื้นที่มากขึ้น คือ พระราม 3 เพราะยังมีพื้นที่พัฒนาได้อีกมาก ขณะที่เจริญกรุงและเจริญนครไม่มีพื้นที่แล้ว สำหรับราคาที่ดินโซนพระราม 3 อยู่ที่ราว 2 แสนบาท/ตารางวา (ตร.ว.) เจริญนครอยู่ราว 3 แสนบาท/ตร.ว.

ด้านกลุ่มเป้าหมาย จะพบว่าผู้ซื้อจะเป็นคนไทยถึง 90% ที่เหลือเป็นต่างชาติ เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น โดยจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือลงทุนระยะกลางหรือระยะยาว ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนค่าเช่าจะอยู่ราว 2-3% แต่มูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมากกว่า 3-5 เท่า เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ เช่น ลอนดอน ญี่ปุ่น เป็นต้น

อย่างไรก็ดี โครงการมิกซ์ยูสในรูปแบบของคอนโดและโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะเห็นภาพชัดเจนในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นโปรดักต์ใหม่ที่น่าจับตามอง ซึ่งจะมาชิงส่วนแบ่งตลาดระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่เพราะคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว


ที่มา... posttoday
3
บูมศูนย์เศรษฐกิจทั่ว กทม. กว่า 10 จุด แนวรถไฟฟ้า 11 สาย ... กูรูอสังหาฯ เปิดโผทำเลทองฝังเพชร 4 ย่านดัง "ปทุมวัน-สยามสแควร์-เพลินจิต-ชิดลม" แตะ 3 ล้านบาทต่อตารางวา

หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเดินหน้าขับเคลื่อนระบบขนส่งมวลชนระบบรางเพื่อเชื่อมการเดินทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้สะดวกรวดเร็ว โดยมีระบบรถไฟฟ้า 3 ระบบ ที่เปิดให้บริการ คือ ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ สายสีเขียว, ระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที หรือ สายสีน้ำเงิน และระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ รวมทั้งสิ้น 5 เส้นทาง และจำนวนสถานีทั้งหมด 77 สถานี ทั้งนี้ ตามแผนของรัฐบาลวางไว้ 11 สาย จำนวน 148 สถานี กระจายครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 5 เส้นทาง 77 สถานี แต่สามารถก่อให้เกิดศูนย์เศรษฐกิจหลายแห่งกระจายในกรุงเทพฯ อาทิ ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส อาทิ ปทุมวัน-สยามสแควร์ สาทร-บางหว้า ลาดพร้าว-รัชโยธิน, รถไฟฟ้า MRT อาทิ พระราม 4-พระราม 9, รถไฟฟ้าสายสีม่วง อาทิ เตาปูน-บางซื่อ และแอร์พอร์ตลิงค์ อาทิ ราชปรารภ-ราชประสงค์-มักกะสัน อีกทั้งยังจะมีเกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก สายสีชมพู ตามแนวถนนแจ้งวัฒนะ-รามอินทรา และสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านราคาที่ดิน เปิดเผยว่า วันนี้ย่านเศรษฐกิจที่มีราคาที่ดินสูงสุดยกให้ปทุมวัน-สยามสแควร์ ที่ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2 ล้านบาทต่อ ตร.ว. และสูงสุดเท่ากันที่ 3 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ใกล้เคียงกับย่านเพลินจิต-ชิดลม โดยราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2.5 ล้านบาทต่อ ตร.ว. และสูงสุด 3 ล้านบาทต่อ ตร.ว. จากการซื้อขายที่ดินแปลงหลังสวน โดยบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่สร้างประวัติการใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่ นายอิสระ บุญยัง นายกกิตมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ความเห็นว่า ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วง 2 ปีนี้ขยับขึ้นค่อนข้างแรง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้การคมนาคมระบบราง ราคาเพิ่มขึ้น 50-60% และบางพื้นที่อาจถึง 100% เช่น พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ขณะที่ โดยทั่วไปในปริมณฑล ราคาเพิ่มขึ้น 20-30%


อิสระ บุญยัง
นายกกิตมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด


"ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเติบโตตามการขยายตัวของระบบคมนาคม ทำเลที่ใกล้ระบบรางก็จะแพง ส่วนที่ไกลออกไปก็มีราคาต่ำกว่า นอกจากระบบคมนาคมแล้ว ราคาที่ดินยังขึ้นกับปริมาณที่ดินมีซัพพลายจะขายมากหรือน้อยด้วย"

สำหรับที่ดินถือเป็นต้นทุนหลักที่สำคัญหนึ่งในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นโครงการบ้านจัดสรร ที่ดินคิดเป็นต้นทุนประมาณ 25-35% แต่บางทำเลเหมาะที่จะขึ้นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น ต้นทุนในส่วนของที่ดินก็อาจขยับเป็น 40-50% ก็ได้ ถ้าเป็นโครงการอาคารชุดทำเลในเมืองและชานเมือง ที่ดินมีความต่างมาก 20-50% โดยปกติที่ดินจะมีสัดส่วน 25% ของต้นทุนทั้งหมดในการพัฒนา

ผลต่อการปรับราคาขายที่อยู่อาศัยนั้น นายอิสระ ระบุว่า ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคไม่รู้ตัว แต่หากย้อนหลังก็จะเห็นชัดเจน อย่างเช่น ในตลาดกรุงเทพฯ ไม่มีทาวน์เฮาส์ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มา 5-6 ปีแล้ว หรือวันนี้ในพื้นที่สมุทรปราการ-บางบัวทอง หรือ ปทุมธานี ไม่มีทาวน์เฮาส์ต่ำกว่า 1 ล้านบาทเช่นกัน และในอนาคตจะทดแทนด้วยอาคารชุด

"กล่าวได้ว่า ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อรูปแบบที่อยู่อาศัยของคนกรุงเทพฯ คือ ราคาที่ดินที่แพงต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเลือกซื้อขนาดของที่อยู่อาศัย เช่น หากต้องการอยู่ในพื้นที่ที่เคยอยู่เดิม ซึ่งปัจจุบัน มีรถไฟฟ้าให้บริการ ก็ต้องเปลี่ยนมาซื้อบ้านที่มีขนาดเล็กลง แต่ถ้าอยากได้ขนาดเท่าเดิม ต้องเปลี่ยนทำเลออกไปชานเมืองที่มีราคาเท่าเดิม และยังมีผลต่อราคาห้องชุดในกรุงเทพฯ เมื่อ 5-6 ปีก่อน ราคาขาย 6-7 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. แต่ปัจจุบัน ทำเลย่านเศรษฐกิจราคาต้องเป็นหลัก 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. ขึ้นไป และขนาดห้องเดิมเริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. วันนี้ 21 ตร.ม."

นายอิสระ กล่าวว่า ยิ่งโครงข่ายรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น กำลังซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคไล่ไม่ทัน คนที่ต้องการอยู่ในเมือง ใกล้สถานที่ทำงานก็อาจต้องเช่าแทนซื้อ


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,363 วันที่ 6-9 พ.ค. 2561 หน้า 01-02
4

การรถไฟฯรื้อแผนพัฒนาที่ดินใจกลางเมือง “มักกะสัน-สถานีแม่น้ำ-ย่าน กม.11” ใช้โมเดล EEC ปล่อยเช่า 50 ปี จูงใจเอกชนลงทุน 4 แสนล้าน คิกออฟปลายปีนี้ 35 ไร่ ใกล้สถานีบางซื่อ รับเปิดสายสีแดงปี”64 สัมปทาน 30 ปี ผุดมิกซ์ยูส 1.5 หมื่นล้าน โรงแรม 3-4 ดาว ออฟฟิศบิลดิ้ง ห้าง “เซ็นทรัล-เดอะมอลล์” สนใจ เร่งปัดฝุ่นตึกแดง 119 ไร่ ปั้นแลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ กลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนพัฒนาที่ดินย่านบางซื่อ 2,325 ไร่ ได้ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการ PPP จะแยกเปิดประมูลรายโซน จากเดิมให้รวมผืนเดียวกัน ทั้งสถานีกลางบางซื่อ และย่าน กม.11 เพื่อให้เกิดการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ รองรับการเปิดใช้โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ในปี 2564

โดยพัฒนาแบ่งเป็น 4 โซน โซน A 35 ไร่ โซน B 78 ไร่ โซน C 105 ไร่ และโซน D 87.5 ไร่ ปลายปีนี้จะเปิดประมูลโซน A เนื้อที่ 35 ไร่ ห่างสถานีกลางบางซื่อ 50-100 เมตร ซึ่งคณะกรรมการ PPP เห็นชอบในหลักการของโครงการแล้ว เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และพร้อมให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ภายใต้รูปแบบ BOT คือ สร้าง บริหาร และโอนกรรมสิทธิ์ให้ ร.ฟ.ท. เมื่อครบกำหนดสัญญา ในระยะเวลา 34 ปี ส่วนแผนก่อสร้างใช้เวลา 4 ปี และดำเนินธุรกิจตลอด 30 ปี จะมีมูลค่าลงทุนรวม 15,400 ล้านบาท

ปลายปีกดปุ่มโซน A

“ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 35 เพื่อเริ่มขั้นตอนการประมูลตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 ปลายปีนี้เปิดประมูล เริ่มสร้างปี 2562 จะเสร็จปี 2563 เปิดบริการพร้อมกับสถานีกลางบางซื่อพอดี” นายวรวุฒิกล่าวและว่า

ผลศึกษาโซน A จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจครบวงจร มีสำนักงานและธุรกิจบริการ เช่น โรงแรมระดับ 3-4 ดาว สำนักงานให้เช่า และดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เพื่อเป็นโมเดลให้เอกชนนำไปเป็นแนวทางการพัฒนา ซึ่งบริเวณนี้ในผังเมืองรวม กทม.สามารถพัฒนาได้เต็มที่ มี FAR (อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน) 8 : 1 และ OSR (อัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม) 4% โดยโซน A จะสร้างได้ 448,000 ตร.ม. และได้รับโบนัสเพิ่ม 20% เป็น 537,600 ตร.ม.



ในเบื้องต้นคาดว่าจะได้ผลตอบแทนทั้งหมด 2,000 ล้านบาท โดยเอกชนที่ชนะประมูลจะต้องจ่ายเงินก้อนแรกให้กับ ร.ฟ.ท. 162 ล้านบาท จากนั้นจ่ายเป็นรายปี และมีปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นทุกปี

“เราจะเร่งโซน A ก่อน เพราะมีทำเลติดสถานีบางซื่อ เพื่อให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้ใช้บริการเร็วและสะดวกขึ้น ล่าสุดมีเอกชนรายใหญ่ให้ความสนใจจะลงทุนเป็นโครงการห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ ส่วนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มี เพราะเป็นที่ดินให้เช่า อาจไม่จูงใจให้ลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว อย่างไรก็ตาม เรามีแนวคิดหากโซนไหนเป็นที่อยู่อาศัย หรือเป็นที่แปลงใหญ่ การรถไฟฯจะให้เอกชนเช่ายาว 50 ปี เพื่อจูงใจเหมือนกับโครงการอีอีซี”

ปั้นแลนด์มาร์กใหม่

ขณะเดียวกันจะนำที่ดิน 119 ไร่ ย่านตึกแดงข้างเอสซีจี พัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ปีนี้แบบรายละเอียดจะเสร็จ การพัฒนาจะมีการสร้างอาคารสำนักงานใหญ่การรถไฟฯ ที่จะย้ายมาจากหัวลำโพง และให้เอกชนลงทุนพัฒนาพื้นที่รีเทล คอมเมอร์เชียล สำนักงาน และคอนโดมิเนียม จะเริ่มประมูลได้ปลายปี 2562 เริ่มสร้างปี 2563 แล้วเสร็จปี 2565

เมื่อโครงการภาพรวมแล้วเสร็จ ย่านนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ เพราะต่อไปสถานีกลางบางซื่อจะเป็น “สถานีหัวลำโพง 2” ส่วนสถานีหัวลำโพงเดิมจะพัฒนาต่อยอดให้เป็น “พิพิธภัณฑ์” กลางเมือง และสถานีพาดผ่านของรถไฟสายสีแดง

“5 ปีแรก จะพัฒนาโซน A กับย่านตึกแดง ซึ่งไจก้า (องค์การเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น) ที่ช่วยศึกษาแผนแม่บทให้ก็เห็นด้วย เพราะที่นี่จะเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้านระบบราง มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเชื่อมกับสายสีม่วง สายสีเขียว สายสีแดง และรถไฟทางไกลอีกด้วย จะมีการขนคนจำนวนมหาศาล ต้องมีที่สำหรับให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมเป็นแม่เหล็กดึงดูดมาใช้บริการ จากนั้นอีก 5 ปีเป็นโซน C และย่าน กม.11 และอีก 5 ปีสุดท้ายจะเป็นโซน B และโซน D ทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ปี 2575”

ไจก้าเร่งพัฒนา

ปัจจุบันไจก้าทำรายงานแผนแม่บทย่านบางซื่อเสร็จแล้ว จะใช้เงินลงทุน 358,000 ล้านบาท (ไม่รวมย่าน กม.11) แยกเป็นส่วนก่อสร้าง 300,000 ล้านบาท อีก 58,000 ล้านบาท เป็นระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เช่น รถบีอาร์ที ซึ่งไจก้าแนะนำให้รถไฟเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ระบบโทรคมนาคมให้พร้อม รวมถึงต้องตั้งหน่วยงานเฉพาะมาดูแลพื้นที่โครงการแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งรถไฟจะเสนอแนวคิดนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) วันที่ 3 พ.ค.นี้ ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ขณะที่พื้นที่โซนอื่น ๆ นายวรวุฒิกล่าวว่า โซน B และ D เสนอเข้าคณะกรรมการ PPP พิจารณาแล้ว โซน B อยู่ใกล้กับตลาดนัดสวนจตุจักร และ เจ.เจ.มอลล์ จะสร้างสกายวอล์กเชื่อมกับสวนจตุจักรและตลาดนัด อ.ต.ก. พัฒนาพื้นที่ย่านนี้ให้เป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจของภูมิภาคอาเซียน (AEC) มีทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์

โซน C ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสถานีขนส่ง บขส. และศูนย์ซ่อมบำรุงสายสีแดง พัฒนาให้เป็นไมซ์ (MICE) ศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้าเหมือนเมืองทองธานี ไบเทค และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในอนาคตจะย้ายโรงซ่อมบำรุงออกไป เพื่อนำที่ดินพัฒนาเป็นโรงแรม ออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม โซน D จะเป็นจุดเปลี่ยนการเดินทาง มีสกายวอล์กเดินเชื่อมกับรถไฟฟ้าเพราะอยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อทั้งบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน และสายสีแดง

เปิดเช่าที่ 50 ปี

ส่วนย่าน กม.11 เนื้อที่ 325 ไร่ ส่งให้คมนาคมพิจารณาก่อนเสนอคณะกรรมการ PPP อนุมัติ พัฒนาเป็นมิกซ์ยูส มูลค่าลงทุน 80,882 ล้านบาท มีคอนโดมิเนียมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น สำนักงาน เพราะโดยรอบเป็นที่ตั้งของสำนักงาน ปตท. ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ และบ้านพักของพนักงานการรถไฟฯ โดยเฉพาะบ้านพักจะสร้างใหม่เป็นรูปแบบคอนโดมิเนียม ส่วนอาคารสำนักงานให้เช่าจะต่อเนื่องกับศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ยาวไปถึงสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร การลงทุนใช้รูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 50 ปี

ขณะที่สถานีแม่น้ำ 277.5 ไร่ เสนอให้คณะกรรมการ PPP แล้ว ทั้งนี้ มีปรับคอนเซ็ปต์เล็กน้อย หลังไจก้าศึกษาให้ แผนเดิม ร.ฟ.ท.จะพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กริมน้ำ มีศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย แต่ไจก้ามองว่า พื้นที่การเดินทางลำบาก ยังไม่มีระบบขนส่งมวลชน เหมาะพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย แต่มีช็อปปิ้ง และแหล่งท่องเที่ยวด้วย ส่วนรูปแบบการลงทุนเป็น PPP net cost ระยะเวลา 50 ปี มีมูลค่าลงทุน 88,780 ล้านบาท

ด้านที่ดินมักกะสัน 497 ไร่ เตรียมเสนอให้คมนาคมพิจารณาเพื่อเสนอคณะกรรมการ PPP อนุมัติ แบ่ง 4 โซน เงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท โซน A 139.82 ไร่ เป็นส่วนธุรกิจการค้า เช่น City Air Terminal ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ศูนย์ประชุม-สัมมนา สำนักงาน และอาคารจอดรถ ได้ยกให้เอกชนรับสัมปทานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จัดหาประโยชน์ 50 ปีแล้ว อีก 3 โซน ร.ฟ.ท.จะเปิดประมูลให้เอกชนเช่า 50 ปี ได้แก่ โซน B 117.31 ไร่

เป็นส่วนธุรกิจสำนักงาน ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ อุตสาหกรรมของรัฐ และศูนย์แสดงสินค้า โซน C 151.40 ไร่ เป็นส่วนที่อยู่อาศัยและสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ อาหารระดับโลก ศูนย์แสดงสินค้าและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และโซน D 88.58 ไร่ เป็นพิพิธภัณฑ์ ร.ฟ.ท. โรงแรม

ที่มา...ประชาชาติธุรกิจ
5

อารียาส่ง "THE AVA RESIDENCE" บ้านเดี่ยวระดับ LUXURY เพื่อเอกสิทธ์ ด้านสุขทรียะในการใช้ชีวิต 4 ด้าน มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 35-80 ล้านบาท

เข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี2561 บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพทั้งแนวราบและแนวสูงหรือ A ได้ส่งบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ แบรนด์ "THE AVA RESIDENCE Sukhumvit 77" เฟส2 ใจกลางสุขุมวิท 77 ลงตลาดภายใต้คอนเซ็ป  "ชีวิตสุขทรียะ ชีวิตที่สุขุมวิท" ที่มาพร้อมสเปซชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟครบครันและสะดวกสบายบนถนนสุขุมวิท 77 บนเนื้อที่ 31-37 ไร่เป็นบ้านเดี่ยว Exclusive Luxury 3 ชั้นสไตล์ Modern Luxury  บนพื้นที่ตั้งแต่ 61.80- 132.40 ตารางวา (ตร.ว.) ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 402 -604 ตารางเมตร (ตร.ม.) มูลค่าโครงการกว่า2,500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 35-80 ล้านบาท เปิดให้จองกรรมสิทธิ์ได้แล้วในวันนี้





แน่นอนว่า  อารียาฯ ได้ชื่อว่าเป็นดีเวลลอปเปอร์ที่มีแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่โดดเด่นด้าน สุนทรียะแห่งการใช้ชีวิต ... ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งด้าน Function และ Emotional Engagement ในทุกโครงการที่พัฒนา โดย  "วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี" ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท อารียาฯ กล่าวว่า "โครงการ The AVA Residence Sukhumvit 77 เป็นอีกโครงการของอารียาฯที่ไม่ใช่เพียงแค่ทำบ้านจัดสรร แต่เป็นการออกแบบสังคมชีวิตและความเป็นอยู่ไว้ในที่ที่เดียว ภายใต้แนวคิดโครงการ ชีวิตสุขทรียะ ชีวิตที่สุขุมวิท ถ้าที่สุดของการใช้ชีวิต คือการมีความสุขอยู่รายล้อม ไม่ว่าจะเป็นความสุขในการครอบครองสิ่งมีค่าหนึ่งเดียวที่สะท้อนเอกลักษณ์ในตัวคุณ หรือความสุขของชีวิตที่น่าภูมิใจคำตอบที่คุณแสวงหา คือ ที่นี่... The AVA Residence Sukhumvit 77 ดีไซน์ที่เน้นการผสมสานความทันสมัยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง และตกแต่งให้มีความหรูหรา ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีความมันวาว เช่นโลหะหรือเงิน และวัสดุธรรมชาติ ที่โชว์ผิวเนื้อแท้แต่ให้ความรู้สึกหนักแน่นและมีราคา เช่น หินอ่อน แกรนิต ประกอบกับความโดดเด่นด้วยการมอบสังคมส่วนตัวบนทำเลทองย่านสุขุมวิทที่หาไม่ได้อีกแล้วในราคาที่เน้นศักยภาพด้านการอยู่อาศัยเองหรือแม้แต่เพื่อการลงทุน"

 

การถอดรหัสความวุ่นวายในสุขุมวิทด้วยมุมพิเศษหรูหราใกล้ชิดธรรมชาติ

นอกจากนี้บริษัทฯยังให้ความสำคัญการวางผังโครงการให้โอบรอบไปด้วยธรรมชาติทุกแปลงสดชื่นเต็มที่กับอากาศบริสุทธิ์ จากสวนเขียวที่สอดแทรกไปทุกโซนตลอดโครงการ ให้คุณหลีกหนีจากความวุ่นวาย สร้างความเป็นส่วนตัวด้วย Eden Green Line และอบอุ่นด้วย Family Space ขนาดใหญ่เสมือนหัวใจของบ้าน การจัดวางพื้นที่แบบ Open Plan เชื่อมส่วนห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น  ห้องรับประทานอาหาร และส่วนเตรียมอาหารเข้าด้วยกัน โอบล้อมด้วย Green Lawn Space ขนาดใหญ่ล้อมรอบพื้นที่ครอบครัวให้เกิด Creative Space ในการออกแบบสวน เพื่อตอบจินตนาการ และไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

 

นวัตกรรมการออกแบบสไตล์  Modern Tropical ยกระดับขั้นของความหรูหราสมบูรณ์แบบ

โครงการ The AVA Residence Sukhumvit 77 มีแบบบ้านให้เลือก คือ บ้านพร้อมอยู่ 3 แบบ ( La Vie, La Vida, La Vita ) และบ้านสั่งสร้าง Vivo, Vivant, Vivente ซึ่งเน้นฟังก์ชั่นในการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ได้ สำหรับคนทุกวัยในครอบครัว เช่น ห้องนอนล่างพร้อมพื้น soft floor, ห้องนอนพร้อม Walk in closet, Double Volume, พื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่, ลิฟต์โดยสาร หรือห้องเก็บของทุกชั้น, สวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปาส่วนตัว เป็นต้น

 

นอกจากโครงการ The AVA Residence Sukhumvit 77 จะโดดเด่นด้านการออกแบบดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกแล้ว ทางโครงการยังดูแลลูกบ้านเหมือนเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวใช้ชีวิตอย่างสมาร์ทด้วยความปลอดภัย 5 ระดับ Double Gate, Securities, CCTV รอบโครงการ, VDO Call และสัญญาณ กันขโมยไร้สายมาตรฐานสากลล้ำหน้าด้วยระบบ VDO CALL ติดต่อกับเจ้าของบ้านแบบ REAL TIME เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน สวนขนาดใหญ่ล้อมรอบโครงการ LUXURY CLUBHOUSE ด้วยฝีมือการออกแบบจากสถาปนิกระดับโลกฟิตเนส พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายมาตรฐานสากลสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 22 x 9.75 เมตร

 

โลเคชั่นโดดเด่นติดถนนใหญ่เข้าถึงศรีนครินทร์ พัฒนาการ สุขุมวิทและบางนาได้ใน 10 นาที

The  AVA ทั้งยังโดดเด่นด้วย LOCATION ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว  เชื่อมสู่ทำเลสำคัญของเมือง เข้าออกได้ 2 เส้นทางหลัก คือถนนสุขุมวิท และถนนศรีนครินทร์เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท, แอร์พอร์ต เรลลิงค์และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว - สำโรง) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง พร้อมเปิดให้บริการในปี 2564 ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน  พระราม 9 และ สุขุมวิท 50 เพียง 15 นาทีถึงแหล่งไลฟ์สไตล์สุดชิค THE EMPORIUM, THE EMQUARTIER, THE EMSPHERE, J AVENUE THONGLOR, GATEWAY EKAMAI และ TERMINAL 21 ฯลฯ


"บ้านระดับไฮเอนด์ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง  มีคนที่ต้องการหาบ้านหลังใหม่ เพียงแต่ว่าสินค้าที่จะเข้ามาสู่ตลาดนั้นจะต้องตอบโจทย์ของลุกค้า "  ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท อารียาฯ กล่าวว่า พร้อมกับระบุว่า โครงการ The AVA Residence Sukhumvit 77 บ้านเดี่ยว Exclusive Luxury 3 ชั้นสไตล์ Modern Luxury นั้นอารียาฯมั่นใจว่าจะตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย นั่นคือ กลุ่มชาย – หญิง เน้นช่วงอายุ 36 – 45 ปีเป็นเจ้าของกิจการ Young Executive / สืบทอดกิจการต่อจากรุ่นพ่อแม่ รายได้มากกว่า 400,000 บาทต่อเดือน มีครอบครัวแล้ว มีลูกเล็ก 1-2 คน อาจมีพ่อแม่พักอาศัยด้วย ยึดลูกเป็น center ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตมากนักที่อยู่อาศัยเดิมอยู่ในเมือง ไม่ต้องการย้ายโซน เดิมอาจอยู่บ้านพ่อแม่ในเมือง หรือคอนโดฯแบบเพ้นท์เฮ้าส์ ดังนั้นจึงเปรียบเทียบบ้านในเมืองกับคอนโดในเมือง City Lifestyle ชอบความหรูหรา ข้าวของเครื่องใช้ต้องสามารถสะท้อนสถานะทางสังคมได้

ที่มา... bangkokbiznews
6

คอลลิเออร์สฯ ระบุราคาที่ดิน แนวรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ขึ้น 20-40% ฟากบิ๊ก อสังหาฯ สบช่องตุนที่ดิน

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมืองสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)ระยะทาง 226 กม. มูลค่าลงทุน 2.06 แสนล้านบาท พบว่าราคาที่ดินมีการปรับขึ้นแล้วเฉลี่ย 20-40% เห็นได้จากถนนสาย 36 จ.ชลบุรี เมื่อ 3-4 ปีก่อน ราคาอยู่ที่ไร่ละ 1 ล้านบาท ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็นไร่ละ 12 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เริ่มมีความเคลื่อนไหว คาดว่าจะมีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

ขณะที่บริเวณสนามบินอู่ตะเภา ติดถนนสุขุมวิท ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยสูงถึงไร่ละ 10 ล้านบาท ส่วนทำเลถนนเส้น 322 หรือเลี่ยงเมืองสัตหีบ จากเดิมซื้อไร่ละประมาณ 5 แสนบาท ปรับขึ้นเป็นไร่ละ 3-4 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหญ่เดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการพัฒนา เช่น บิ๊กซีเตรียมจะเปิดสาขาใหม่บริเวณตลาด 700 ไร่ อ.สัตหีบ เช่นเดียวกับ กลุ่ม ปตท.มีการสำรวจที่เพื่อเตรียมลงทุนสร้างสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่บนถนน 331

สำหรับที่ดินใจกลางเมืองศรีราชา บริเวณห้างโรบินสัน ศรีราชา ปัจจุบันขึ้นเป็น 3 แสนบาท/ตารางวา หรือ 120 ล้านบาท/ไร่ เนื่องจากเป็นแหล่ง ที่อยู่อาศัยของคนญี่ปุ่น ที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ถัดจากใจกลางศรีราชา ที่ดินติดถนนสุขุมวิทมีราคา 80-100 ล้านบาท/ไร่ ไม่ติดถนนอยู่ที่ 15-20 ล้านบาท/ไร่

นายภัทรชัย กล่าวว่า บริเวณลาดกระบังใกล้สุวรรณภูมิและแอร์พอร์ตลิงค์ นักลงทุนต้องการที่ดินจำนวนมาก แต่มี ข้อจำกัดเกี่ยวกับผังเมืองโดยโซนตะวันออก และหัวสนามบิน ปัจจุบันไร่ละ 10 ล้านบาท ถนนกิ่งแก้ว บางพลี อ่อนนุช ไร่ละ 20 ล้านบาท เป็นต้น นอกจากนี้ พื้นที่ในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ยังคงได้รับความสนใจมากจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่หลายรายต่างสะสมไว้เพื่อรอการพัฒนา  โดยเฉพาะรายกลางรายใหญ่ เช่น พฤกษา ศุภาลัย เสนา เอสซี ควอลิตี้เฮ้าส์ ลลิล เพราะพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะพัฒนาให้เป็นแหล่งอาศัยใหม่รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ

ที่มา... โพสทูเดย์
7
สมาคมผู้ค้าราชประสงค์วอนรัฐเร่งกำหนดเกณฑ์ผังเมืองให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่ เล็งพัฒนาโซนไทยไดมารูเก่าให้เป็นวอล์กกิ้งสตรีตแนวใหม่ หนุนเชื่อมโยง 5 โครงการเดินทางหลัก ทั้งรถไฟฟ้าและทางเรือกับ 4 ศูนย์ธุรกิจใกล้เคียง ด้าน สมาคมการผังเมืองไทยแนะสร้าง 5 อัตลักษณ์ เป็นจุดขายพื้นที่เศรษฐกิจราชประสงค์

นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ต้องการให้ภาครัฐกำหนดรายละเอียดผังเมืองในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจราชประสงค์โดยเร็ว และให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ปัจจุบัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนกับย่านเศรษฐกิจสีลม ปทุมวัน ประตูน้ำ และชิดลม-เพลินจิต

ปัจจุบัน พื้นที่ย่านราชประสงค์ยังจัดอยู่ในภาพผังใหญ่ จึงอยากให้เจาะจงมากขึ้น จัดเป็นผังพื้นที่ให้ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน โดยควรวางผังหรือกำหนดรายละเอียดเพื่อรองรับพื้นที่ที่ควรจะเร่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ย่านเศรษฐกิจโดยรอบเอาไว้ด้วย จุดไหนที่เป็นจุดรถไฟฟ้าผ่านควรจะให้ทุกอาคารสามารถเชื่อมถึงกันได้ ซึ่งย่านราชประสงค์ก็จัดเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ระเบียบที่กำหนดไว้ก็น่าจะปรับให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

ประกอบกับ ปัจจุบันย่านราชประสงค์ถูกขนาบด้วยรถไฟฟ้า 4 เส้นทาง คือ แอร์พอร์ตเรลลิงค์, บีทีเอส, MRT และสายสีส้ม จะเกิดขึ้นอีก 1 เส้นทาง และทางเรืออีก 1 เส้นทาง ตามแนวคลองแสนแสบ จึงควรที่จะมีการเร่งกำหนดผังการพัฒนาพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้ย่านราชประสงค์เป็นโหนดการเดินทางที่สามารถเชื่อมกับศูนย์เศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้น

"ย่านนี้จะเติบโตแนวสูงมากขึ้น ซึ่งย่านไทยไดมารูเก่าก็กำลังจะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับย่านเศรษฐกิจโดยรอบ ดังนั้น นอกเหนือจากการเร่งกำหนดผังเมืองให้สอดคล้องแล้ว ยังต้องเร่งก่อสร้างสกายวอล์กเชื่อมโยงกับย่านเศรษฐกิจ หรือ จัดระบบขนส่งมวลชนให้สามารถเชื่อมเข้ากับศูนย์เศรษฐกิจได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น แน่นอนว่า อีกหลายพื้นที่จะมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน"


นายฐาปนา บุญยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย กล่าวว่า อยากจะเสนอภาครัฐให้มอง 5 อัตลักษณ์ ที่จะนำไปพัฒนาย่านราชประสงค์ ย่านเศรษฐกิจ หรือ ศูนย์เศรษฐกิจของเมือง น่าจะดีกว่านี้ เพราะราชประสงค์ปัจจุบันจะพบว่ามีพื้นที่เชื่อมโยงกับรถไฟฟ้า 4 เส้นทางหลัก คือ บีทีเอส, MRT, แอร์พอร์ตลิงค์, สายสีส้ม (กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดัน) และทางเรือกับท่าประตูน้ำ หากสามารถเชื่อมถึงกันได้ทั้งหมดจะเกิดผลดี ทั้งด้วยรถรางเบา รูปแบบแทรม เป็นต้น

"5 ประเด็นหลักที่จะเป็นจุดขายของย่านราชประสงค์ คือ 1.พื้นที่มีความพร้อมทางกายภาพ 2.รวมพื้นที่ศูนย์การค้าต่าง ๆ จะพบว่า มีพื้นที่มากที่สุดจากย่านอื่นในกรุงเทพมหานคร 3.แวดล้อมไปด้วยพื้นที่ค้าปลีกสำคัญ รัฐควรมองพื้นที่รองรับไว้ให้เพียงพอ ทั้งทางเดิน หรือ พื้นที่สีเขียว ที่ล้วนส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้ทั้งสิ้น 4.ปัจจุบันโซนนี้มีอัตลักษณ์พื้นที่อยู่แล้ว และ 5.มีมหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พร้อมต่อยอดนวัตกรรมองค์ความรู้ได้ทันที"

 

ด้าน นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพพัฒนาเมือง จำกัด ต้องการเสนอให้รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับย่านราชประสงค์และย่านอื่น ๆ ให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจโดยเร็ว เนื่องจากพบว่า ธุรกิจหลากหลายล้วนพุ่งเข้าหาพื้นที่เศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โรงแรมที่พักอาศัยมากขึ้น ดังนั้น หากสามารถปรับย่านราชประสงค์ให้เป็นโมเดลย่านอื่น ๆ ก็จะนำไปเป็นต้นแบบต่อไปได้

"เชื่อว่า อีก 3-5 ปี ย่านราชประสงค์จะเปลี่ยนไปมาก อาคารสูงจะลามไปย่านประตูน้ำมากขึ้น เพราะรองรับรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะผ่านพื้นที่ใกล้ราชประสงค์นี้ ประชาชนย่านรัชดาภิเษกจะเข้าถึงย่านราชประสงค์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แม้ว่าย่านราชประสงค์ปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้แล้วทั้งทางรถไฟฟ้า ทางรถยนต์ รถเมล์ และทางเรือ แต่หากมีระบบขนส่งมวลชนเฉพาะที่เชื่อมโยงในโซนพื้นที่จะทำให้ย่านเศรษฐกิจนี้มีความโดดเด่นและผู้คนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ปัจจุบัน เอกชนต้องลงทุนสร้างสกายวอร์กเอง ซึ่งโซนอื่นหรือจุดอื่น ภาครัฐควรลงทุนให้เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างลงตัว หรือ อาจจะจัดพื้นที่ให้เป็นรูปแบบซิตีแกลเลอรี เพื่อเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว"

ที่มา..ฐานเศรษฐกิจ
8
ศุภาลัยปลื้ม Q1/61 คว้ายอดพรีเซล8,837ล้าน โตกระฉูด 17% ตอกย้ำกลยุทธ์แผนธุรกิจสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน


ค่ายศุภาลัยเผยความสำเร็จไตรมาสแรก ปี 2561 คว้ายอดขาย 8,837 ล้านบาท เติบโต 17% ตอกย้ำแผนธุรกิจสู่ SUSTAINABLE GROWTH 2018 พร้อมลุยเปิดตัวโครงการใหม่ไตรมาส 2 อย่างต่อเนื่อง


นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/61 ยังเติบโตได้ดี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง และผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ ทำให้มีการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

บริษัทสามารถสร้างผลงานไตรมาสแรกปี 2561 ทำยอดพรีเซล 8,837 ล้านบาท เติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปี 2560 มาจากยอดขายคอนโดมิเนียม 4,142 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 4,695 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทเพิ่งเปิดตัวบ้านเดี่ยวรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ “ศุภาลัย เอสเซ้นส์ ลาดพร้าว” ดีไซน์เป็นบ้าน 3 ชั้น 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม โดยมีผลตอบรับที่ดีมาก ทำยอดพรีเซลแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท

สำหรับทิศทางตลาดอสังหาฯ ในช่วงไตรมาส 2/61 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยจะเห็นบรรยากาศการแข่งขันเปิดตัวโครงการใหม่ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยศุภาลัยมีแผนลงทุนเพิ่มต่อเนื่องทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบ

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
9

ศูนย์ข้อมูลฯ เผยราคาห้องชุดและบ้าน ไตรมาสแรกทั้ง กทม.ปริมณฑลปรับเพิ่ม ชี้คอนโดชานเมืองขึ้นมากสุด

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีราคาขายห้องชุดใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 2 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรีและสมุทรปราการ ในไตรมาสแรก ปี 2561 พบว่า ราคาขายเพิ่มขึ้นอยู่ระดับ 133.1 จุด หรือเพิ่ม 6.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 124.9 จุด และปรับเพิ่มขึ้น 0.9% จากไตรมาส 4 ปี 2560

ทั้งนี้ รูปแบบการส่งเสริมการขายในไตรมาสแรกปีนี้ ส่วนใหญ่มีข้อเสนอเป็นของแถมในสัดส่วน 56.8% รองลงมาเป็นส่วนลดเงินสด 31.8% และการออกค่าธรรมเนียมในการโอนให้กับลูกค้ามีสัดส่วน 11.5%  ด้านดัชนีราคาบ้านแนวราบใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ไตรมาสแรกปี 2561 ดัชนีเท่ากับ 121.1 จุด หรือเพิ่ม 3.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 116.7 จุด และเพิ่มขึ้นจาก 119.4 จุด หรือ 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2560

ขณะที่พบว่าดัชนีราคาบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 3.9% และราคาทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเขตปริมณฑล 3 จังหวัด ค่าดัชนีราคาทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์เพิ่ม 3.5% และ 4.4% ตามลำดับ มากกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งบ้านเดี่ยวเพิ่ม 3.4% ทาวน์เฮาส์เพิ่ม 3.2%

สำหรับรูปแบบการส่งเสริมการขายแนวราบ ข้อเสนอเป็นของแถมมีสัดส่วนมากสุด 34.9% รองลงมาเป็นข้อเสนอการออกค่าธรรมเนียมในการโอนให้ผู้ซื้อ และฟรีค่าส่วนกลางใน 1-2 ปีแรก สัดส่วน 31.8% และ 26.7%  เป็นการให้ส่วนลดเงินสด

ที่มา : โพสต์ทูเดย์
10

“คิงเพาเวอร์”โดดอุ้ม “PACE”  ปิดดีล 1.4หมื่นล้าน  เข้าซื้อที่ดิน-โรงแรม-อาคารจุดชมวิว-อาคารรีเทลคิวบ์ รวมถึงสัญญาต่างๆของ”โครงการมหานคร”  ส่งบริษัทลูก “คิง เพาเวอร์ มหานคร”เข้าถือหุ้น”เพซ โปรเจ็ค วัน”  51.00 % และ” เพซ โปรเจ็ค ทรี”  51.28 %

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือPACE แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เมื่อ10เมษายนว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา อนุมัติให้บริษัทฯเข้าทำรายการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561ดังนี้  1. จำหน่ายทรัพย์สิน มูลค่ารวมไม่เกิน 14,000 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด   ประกอบด้วยการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด (“PP1”) และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด (“PP3”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่บริษัทฯ  ถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมผ่านบริษัท เพซ เรียลเอสเตท จำกัด (“PRE”)  ในสัดส่วนร้อยละ 51.00 และร้อยละ 51.28  ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดตามลำดับ

สรพจน์ เตชะไกรศรี

สำหรับทรัพย์สินที่ PP1และ PP3  จำหน่ายได้แก่ ที่ดิน โรงแรม อาคารจุดชมวิว อาคารรีเทลคิวบ์ ปฏิมากรรม ภาพวาด ใบอนุญาตต่าง ๆ รวมถึงสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจของ PP1 (โรงแรม) และ PP3 (อาคารจุดชมวิวและ อาคารรีเทลคิวบ์) ในโครงการมหานคร คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 12,617 ล้านบาท 

โดยการจำหน่ายที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่าง PP1 บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทูจ ากัด (“PP2”)PP3และ PRE คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 183 ล้านบาท   ซึ่งในการเข้าทำรายการครั้งนี้ บริษัทเพซฯได้รับค่าตอบแทนสำหรับการจัดหาและดำเนินการให้เกิดรายการ เป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท

2. อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นที่อพอลโล เอเชีย สปริ้นท์ คอมปานี ลิมิเต็ด (“อพอลโล”) และโกลด์แมน แซคส์ อินเวสเมนท์ส โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) ลิมิเต็ด (“โกลด์แมน”)ถืออยู่ใน PP1 และ PP3 ร้อยละ 49.00 และ ร้อยละ 48.72  ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทดังกล่าวตามลำดับ ทั้งหมดรวมเป็นเงินจำนวนไม่เกิน 320 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 10,000 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 9 เมษายน 2561 ที่ 31.25บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ)

รายงานระบุว่า จากการที่บริษัทเพซ เข้าซื้อหุ้นจากอพอลโลและโกลด์แมนใน PP1 และ PP3 ร้อยละ 49.00 และ ร้อยละ 48.72

ตามลำดับ ทำให้บริษัทเพซฯ และ PRE ถือหุ้นทั้งหมดใน 2 บริษัทดังกล่าว และทำให้ข้อผูกมัดตามเอกสารสัญญาต่างๆ ที่บริษัทฯมีต่ออพอลโล และโกลด์แมนเป็นอันสิ้นสุดลง

โครงการมหานครเป็นโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะจ าหน่ายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ภายหลังการก่อสร้างเสร็จสิ้น ดังนั้น การจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินใน

คราวนี้จึงทำให้บริษัทฯ ได้รับกระแสเงินสดเร็วกว่ากำหนด ซึ่งภายหลังจากการจำหน่ายทรัพย์สินในครั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานอีก 4 โครงการ คือ โครงการนิมิตหลังสวน โครงการวินด์เชล โครงการมหาสมุทร วิลล่า และโครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ  อีกทั้งยังมีธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ “DEAN & DELUCA”

ทั้งนี้บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อ27มีนาคม 2561 กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทคือนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
Pages: [1] 2 3 ... 10

เพิ่มเพื่อน